“สุนทรียสนทนาเพื่อพัฒนาปัญญาร่วม”
Dialogue for Collective Leadership

:: แนวคิดพื้นฐาน ::
Dialogue หรือ สุนทรียสนทนา เป็นแนวปฏิบัติร่วมที่ผู้คนจะฝึกรับผิดชอบความรู้สึกนึก คิดของตัวเองและของผู้อื่นไปพร้อมๆกัน เมื่อเราสามารถให้ความเคารพและให้คุณค่าความคิดเห็นของผู้อื่น การเปิดใจไปสู่การเรียนรู้ และการเห็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงของตัวเองก็มักจะเกิดขึ้นในทางที่ดี
การพัฒนาองค์กรให้เกิดการเรียนรู้และมีการปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพการทำงานนั้น ไม่ใช่เพียงการฝึกทักษะในการทำงานเท่านั้น แต่รวมถึงการฝึกทักษะในการ “สานสัมพันธ์” เพื่อสร้างความ เข้าใจและแรงบันดาลใจในการอยู่ร่วมกันในองค์กรเป็นสำคัญอีกด้วย การสร้างวัฒนธรรม ของการสนทนาที่สร้างสรรค์เป็นเรื่องที่ต้องความเข้าใจ และความมุ่งมั่นในการทำงานกับวัฒนธรรม ดั้งเดิมขององค์กร หากองค์กรต้องการก่อให้เกิดการสื่อสารที่สร้างสรรค์ปัญญาร่วมและความร่วมไม้ร่วมมือ
แต่ปัจจุบัน ด้วยภาวะการทำงานที่เร่งรีบบีบคั้น และวิธีการทำงานที่แบ่งแยกฝักฝ่าย ทำให้ผู้คน ไม่รู้สึกปลอดภัยมากพอที่จะออกมาแสดงความคิดเห็นจากทุกฝ่าย จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ยิ่งในการที่จะ สร้างพื้นที่หรือบรรยากาศที่ปลอดภัยกลับคืนมา แม้ว่าหลายองค์กรอาศัยการ จัดงานสังสรรค์รื่นเริง เพื่อกู้ความรู้สึกเสียหายหรือเจ็บปวดให้กลับมาดี แต่ตราบในที่เป็นเพียงการสร้างพื้นที่ ปลอดภัยแต่ ภายนอกวงสนทนานอกงาน ผู้คนก็จะยังแสดงพฤติกรรมเดิมๆ เมื่อกลับมาอยู่ในวงสนทนา เกี่ยวกับการ งานที่จำต้องมีข้อสรุป และความชัดเจน
นอกจากนี้ ประการสำคัญคือผู้นำในระดับต่างๆจะต้องมุ่งมั่นในการ “เปลี่ยนแปลง” ตัวเอง และความสัมพันธ์ ที่ตัวเองมีกับผู้อื่นอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในการพัฒนาองค์กร คือ ปัญหาภาวะผู้นำ ไม่ใช่เป็นเพราะผู้นำรู้ไม่เพียงพอหรือไม่มีอำนาจ แต่เป็นเพราะเขาเหล่านั้นไม่สามารถ เปลี่ยนแปลงแบบแผนพฤติกรรมและความสัมพันธ์ที่เขามีต่อผู้คนได้อย่างจริงจัง และผู้นำในระดับต่างๆ จำต้องปรับกลยุทธ์ การพัฒนาองค์กรที่กระตุ้นและหล่อเลี้ยงกระบวนการมีส่วนร่วมในการนำเอาสติปัญญา ของทุกฝ่ายมาช่วย ระดมให้เกิดนวัตกรรม และการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
การเพิ่มขีดความสามารถในการคิดและทำร่วมกันนั้น จำต้องอาศัยทักษะในการนำ ที่ไม่เพียงแต่ กระตุ้นให้คิดเท่านั้น หากกระตุ้นให้รับฟังกันและกัน เชื่อมั่นในพลังหรือศักยภาพของตนเองและของผู้อื่น เห็นคุณค่าของความแตกต่างและหลากหลาย โดยเห็นว่าการอยู่ร่วมกันได้นั้น จะช่วยให้การอยู่รอดของ ทุกคนนั้นเป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น และจะช่วยให้ผู้คนเห็นคุณค่าของตัวเองที่มีต่อองค์กรและสังคมที่เป็นการอยู่ อย่างมีความหมายอีกด้วย เพราะโดยพื้นฐานแล้วมนุษย์ต้องการความรู้สึกถึงความปลอดภัย และความเป็น พวกพ้องเดียวกัน
:: วัตถุประสงค์ ::
- เพื่อให้แนวคิดและแนวทางปฏิบัติในการเข้าใจตนเองและผู้อื่น โดยสามารถบริหารจัดการตัวเอง และทีมงานให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด
- เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ในการเป็นผู้นำ ที่สามารถช่วยเหลือให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเห็นคุณค่าของตัวเอง เชื่อมั่น และกล้าแสดงออก มีส่วนร่วมในการคิดและปฏิบัติ จนเกิดเป็นพลังร่วม ในการบรรลุเป้าหมายของหน่วยงานและองค์กร
:: เนื้อหาหลัก ::
- ภาวะเรียนรู้อย่างเปิดรับ (Open living system) เน้นเรื่องการทำงานร่วมกันอย่างผ่อนคลาย และตื่นรู้ ไม่เคร่งเครียด
- การรับฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep listening) การสื่อสารอย่างกรุณา (Compassionate Expression)
- การสืบค้นร่วมกัน (Collective Inquiry) ที่เป็นหัวใจสำคัญของการสนทนาที่มีความหมาย สำหรับทุกคน (Dialogue) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารระหว่างกันและกัน เพิ่มความร่วมไม้ร่วมมือ และความเอื้ออาทรในทุกฝ่าย
- ฐานการเรียนรู้ทั้ง 3 ฐาน คือ ฐานกาย ฐานใจ และฐานความคิด
วิธีการอบรมมีรูปแบบที่ผู้เข้าร่วมจะมีโอกาสสืบค้นถึงศักยภาพการเรียนรู้ของตนเอง และของ เพื่อนร่วมงาน จะแตกต่างออกไปจากการสัมมนาที่มีการบรรยายแต่เพียงอย่างเดียว เพราะความรู้ที่เกิดขึ้น จากการปฏิบัติจริง (Practiced-based knowledge) ผ่านกระบวนการต่างๆที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มความรู้เชิง ประสบการณ์ (Direct experience) ที่สดใหม่ เป็นปัจจุบัน มีชีวิตชีวา ในบรรยากาศของธรรมชาติ และเสียงดนตรีที่ผ่อนคลาย
:: สิ่งที่คุณจะได้รับ ::
- การทำงานเป็นทีมบนพื้นฐานของการรับฟังอย่างเปิดใจ เพื่อเรียนรู้จากกันและกัน
- ทักษะในการสนทนาและคิดร่วมกัน ในวิถีที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ และเพิ่มประสิทธิภาพรวมของทีมหรือองค์กร
:: รายละเอียดการอบรม ::
จำนวนผู้เข้าร่วม : 30 ท่าน/รุ่น
ระยะเวลา : 3 วัน (ตั้งแต่เวลา 9.00 – 17.00 น.)
* กำหนดการและกิจกรรมอาจมีการปรับเปลี่ยนตามดุลยพินิจของวิทยกร เพื่อให้เหมาะสมกับผู้เข้าร่วมและสภาวะแวดล้อม
> ดาวน์โหลดโบรชัวร์แนะนำหลักสูตร :: ที่นี่<
:: ติดต่อสอบถาม ::
